Jump to content


ยุทธวิธี : การลาดตระเวน (Tactic : Scouting) [แปลจาก Wiki WG ภาษาอังกฤษ]

ยุทธวิธี การลาดตระเวน วิกิ ระบบตรวจพบ ระบบการพราง

  • Please log in to reply
5 replies to this topic

teysanook #1 Posted 04 August 2015 - 05:54 PM

    Major

  • Forum Moderator
  • 30648 battles
  • 2,138
  • [T1RKX] T1RKX
  • Member since:
    03-09-2012

ยุทธวิธี : การลาดตระเวน

การลาดตระเวน

การลาดตระเวนเป็นระบบหลักในเกม World of Tanks การลาดตระเวนคือการที่รถถังทำการตรวจพบรถถังข้าศึกหรือกลุ่มรถถังที่อยู่ทีมข้าศึก หน้าที่ส่วนนี้สามารถกระทำได้โดยรถถังแบบใดก็ได้ แต่จะเป็นการดีที่สุดหากถูกปฏิบัติการโดยรถถังเบาในการรบนั้น ๆ ด้วยเนื่องจากความเร็ว รยะมอง และค่าพรางของรถถังเบาที่ไม่มีรถถังแบบอื่นใดจะเทียบเท่าได้ และไม่เป็นที่แนะนำให้เล่นสายรถถังลาดตระเวนใด ๆ หากผู้เล่นยังไม่คุ้นเคยกับกลไกของเกมดีพอ

 

รูปแบบการลาดตระเวน

ในเกมนี้มีรูปแบบการลาดตระเวนอยู่สองแบบ โดยแต่ละรูปแบบนั้นมียุทธวิธีที่ต่างกัน และการที่จะใช้ยุทธวิธีเหล่านี้ได้ดีเยี่ยมก็อาจต้องใช้รถถังที่เหมาะสมด้วย

 

การลาดตระเวนเชิงรุก

การลาดตระเวนเชิงรุกนั้นคือการที่หน่วยลาดตระเวนจะต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอด ยุทธวิธีนี้สามารถใช้ได้ในทุกส่วนของแผนที่ ซึ่งอาจจะเป็นการโผล่ออกไปตามขอบมุม ขับขึ้นไปบนสันเขา หรือแค่วิ่งวนไปมา เป้าหมายของยุทธวิธีนี้คือการพยายามตรวจสอบและชี้เป้าข้าศึกให้นานพอที่พันธมิตรของเราจะทำการยิงข้าศึกเหล่านั้นได้ รูปแบบที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือการลาดตระเวนแบบครึ่งสนาม ซึ่งคือการที่หน่วยลาดตระเวนจะวิ่งไปเป็นแนวครึ่งวงกลมหลาย ๆ ครั้งไปมาในแผนที่ทางฝั่งของพวกเขา โดยไม่ข้ามเลยไปเส้นขีดแบ่งตรงกลางของแผนที่ บางแผนที่นั้นจะเหมาะสมกับยุทธวิธีนี้ ในขณะที่บางแผนที่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับรถถังเบาที่มีความสามารถในการบังคับควบคุมและความเร็วที่ดี แต่มีระยะมองและระยะวิทยุที่แย่ การลาดตระเวนเชิงรุกนี้เหมาะสมกว่าด้วยว่าโบนัสของหน่วยลาดตระเวนที่ได้กำหนดไว้จากตัวเกม เนื่องจากรถถังในหน่วยลาดตระเวนเหล่านี้จะมีค่าพรางระหว่างการเคลื่อนที่และอยู่นิ่งเป็นค่าเดียวกัน

 

การลาดตระเวนเชิงรับ

ตรงกันข้ามกับการลาดตระเวนเชิงรุก ยุทธวิธีที่จะทำการลาดตระเวนโดยหยุดคอยในตำแหน่งหนึ่ง (ซึ่งมักจะถูกซ่อนเร้นโดยพุ่มไม้) คอยให้ข้าศึกเคลื่อนที่เข้ามายังระยะมองของหน่วยลาดตระเวน ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหาตำแหน่งซึ่งบริเวณที่กว้างเพื่อให้คุณสามารถมองได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่จะทำให้การลาดตระเวนแบบนี้ไม่ประสบผลสูงสุด การลาดตระเวนเชิงรับควรหลีกเลี่ยงการยิงในทุกกรณียกเว้นอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายและจำเป็นมาก ๆ ด้วยว่าการยิงจะทำให้ค่าพรางของคุณลดลงไปอย่างมาก ทั้งรถถังเบาที่เคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวก และรถถังกลางที่มีความเร็วพอตัวและมีระยะมองที่ดีนั้นต่างก็ถือว่าเป็นหน่วยลาดตระเวนเชิงรับในอุดมคติ

 

วิธีการลาดตระเวนโดยทั่วไป

โดยหลักแล้วมีวิธีการลาดตระเวนอยู่ 2 แบบหลัก ๆ ในเกม World of Tanks คือ การลาดตระเวนเชิงรุกและเชิงรับ โดยข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบมีดังต่อไปนี้

 

ข้อได้เปรียบของการลาดตระเวนเชิงรับ

  • โดยทั่วไปมักจะอยู่รอดได้นานกว่า ซึ่งจะสามารถทำประโยชน์ได้มากขึ้นในภายหลัง
  • หน่วยลาดตระเวนที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการลาดตระเวนเชิงรับสามารถเปลี่ยนไปทำการลาดตระเวนเชิงรุกได้ง่ายกว่าการที่หน่วยลาดตระเวนที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการลาดตระเวนเชิงรุกเปลี่ยนมาทำการลาดตระเวนเชิงรับ
  • สามารถตรวจพบรถถังข้าศึกในเวลาที่ต่อเนื่องได้นานกว่า ทำให้เพื่อนร่วมทีมทำลายเป้าหมายทั้งหมดได้ โดยที่หน่วยลาดตระเวนก็ยังมีชีวิตอยู่
  • มีความเสี่ยงเรื่องการยิงพวกเดียวกันน้อย
  • สามารถปฏิบัติการได้ด้วยรถประเภทอื่น ๆ คือ รถถังกลางที่มีความเร็ว และยานเกราะพิฆาตรถถังนั้นเป็นตัวเลือกสำหรับการลาดตระเวนเชิงรับที่ดี

 

ข้อเสียเปรียบของการลาดตระเวนเชิงรับ

  • ตำแหน่งที่ใช้ปฏิบัติได้มักตายตัว ทำให้ผู้เล่นฝ่ายข้าศึกทำการ “ยิงแบบไม่เห็นเป้าหมาย” ไปยังตำแหน่งที่หน่วยลาดตระเวนเชิงรับมักประจำอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นจำนวนมากจะไม่ทำการยิงแบบไม่เห็นเป้าหมายในระดับการรบสูง ๆ นัก ด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่จะยิงถูกเป้าหมายต่ำและอัตราการยิงของปืนประจำรถที่ต่ำด้วย
  • การที่อยู่หยุดนิ่ง ทำให้ยุทธศาสตร์การป้องกันตนเองของรถถังหน่วยลาดตระเวนบางส่วนไร้ค่าไป ซึ่งก็คือ ความเร็วและความคล่องแคล่วนั่นเอง และการนี้ทำให้เมื่อถูกตรวจพบและชี้เป้าก็เหมือนกับว่าต้องตายแน่ ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำการลาดตระเวนเชิงรับมักจะมีเวลามากพอที่จะหลบเลี่ยงอันตรายได้ โดยเฉพาะถ้ามีความสามารถสัมผัสที่หก
  • หน่วยลาดตระเวนเชิงรับมักจะถูกกดดันจากทีมให้ทำการลาดตระเวนเชิงรุก และมักจะจบลงที่ถูกสังหารโดยทีมตนเอง
  • การที่ต้องผูกพันกับชุดอุปกรณ์ 2 อย่าง (ตาข่ายพราง กับกล้องสองตา) ทำให้จำกัดความสามารถในการทำหน้าที่แบบอื่น
  • น่าเบื่อ

 

ข้อได้เปรียบของการลาดตระเวนเชิงรุก

  • ได้ผลตอบแทนที่สูงมาก
  • มีผลทำให้ฝ่ายตรงข้ามสับสนและถูกดึงความสนใจไป หากกระทำการโดยเหมาะสมแก่เวลา จะสามารถทำให้ทีมตนเองกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามที่กำลังสับสนอยู่ได้อย่างเหี้ยมโหด
  • สามารถทำการเข้าปะทะเป้าหมายที่เหมาะสมที่อาจพบเจอระหว่างทำการลาดตระเวน อันได้แก่ ปืนใหญ่, TD ที่อยู่คันเดียว และกลุ่มรถถังหนักที่อยู่โดดเดี่ยว
  • สนุก อีกอย่าง World of Tanks เป็นเกมน่ะ

 

ข้อเสียเปรียบของการลาดตระเวนเชิงรุก

  • มีความเสี่ยงที่สูงมาก เมื่อหน่วยลาดตระเวนเชิงรุกถูกตรวจพบแล้ว เวลาในการปฏิบัติการก็มีจำกัดตามไปด้วย โดยจะถูกไล่ยิงและโดนจัดการอย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากถูกทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ด้วยแล้ว
  • การไม่มีความระมัดระวังในการลาดตระเวนเชิงรุก นั้นทำให้แม้แค่ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ม่อยกระรอกเอาได้ และมักจะส่งผลให้หน่วยลาดตระเวนถูกทำลายลงทั้งที่ทำความเสียหายให้กับทีมข้าศึกได้เพียงเล็กน้อย ด้วยว่าทีมไม่สามารถทำการสนับสนุนได้ หรือจำนวนฝ่ายตรงข้ามมีอยู่เยอะเกินไปทำให้การหลบหลีกการยิงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้
  • ด้วยลักษณะของการลาดตระเวนเชิงรุก หน่วยสนับสนุนอาจจะไม่สามารถทำการใช้ข้อได้เปรียบได้เต็มที่จากข่าวสารที่รวบรวมได้ในการวิ่งลาดตระเวน

 

ทั้งสองยุทธวิธีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างไรก็ตาม การลาดตระเวนเชิงรุกมักจะเป็นการลาดตระเวนแบบพลีชีพในช่วงเริ่มต้นของการเล่น ด้วยว่าฝ่ายตรงข้ามมักจะทำการบรรจุกระสุนแล้วเสร็จและมีปืนหลายกระบอกคอยเล็งยิงหน่วยลาดตระเวนเชิงรุกอยู่ เช่นเดียวกับการลาดตระเวนเชิงรับที่มักจะมีประโยชน์น้อยสำหรับทีมที่กำลังจะกำชัยไว้ได้ เพราะตอนท้ายของการเล่นนั้น ฝ่ายตรงข้ามมักจะซุ่มคอยอยู่ในตำแหน่งป้องกัน เพราะฉะนั้น การลาดตระเวนเชิงรับควรที่จะทำตอนช่วงเริ่มต้นของการเล่น ซึ่งเป็นช่วงที่มีการออกมาต่อสู้กัน และการลาดตระเวนเชิงรุกควรทำในช่วงใกล้จบการเล่น ซึ่งเป็นช่วงที่รถถังที่เหลือรอดอยู่จะถูกโดดเดี่ยวออกจากกัน และมักจะได้รับความเสียหายมาพอสมควร

 

การเล่นรถถังกลาง และการเล่นใน CW/ทีมที่จัดตั้งขึ้น

สำหรับรถถังกลางและการเล่นในทีมที่จัดตั้งขึ้น รูปแบบการเล่นที่แนะนำเมื่อเทียบกับรถถังเบานั้นค่อนข้างตรงข้ามกันเลยทีเดียว โดยรถถังกลางจะต่างกันเยอะด้วยว่า รถถังกลางไม่ได้รับโบนัสการพรางระหว่างเคลื่อนที่เช่นเดียวกับรถถังเบา อีกทั้งรถถังกลางก็เป็นเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่กว่าและง่ายต่อการถูกยิงโดน การลาดตระเวนเชิงรุกแบบที่ทำกันอยู่เดิมมักเป็นเหมือนตั๋วสำหรับเดินขึ้นตะแลงแกง แทนที่จะทำเช่นนั้น รถถังกลางที่เหมาะสมจะเป็นหน่วยชี้เป้าเชิงรุกโดยมักทำการชี้เป้าในบริเวณเล็ก ๆ จากการโผล่ออกไป แทนที่จะทำการวิ่งเป็นเส้นทาง รถถังกลางจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนกลุ่มย่อยของเพื่อนร่วมทีมและใช้ปืนตนเองยิงจากมุมต่าง ๆ เสียมากกว่า รถถังกลางที่ต้องการมุ่มเน้นไปที่การลาดตระเวนเชิงรับจะปฏิบัติการในรูปแบบหน่วยซุ่มโจมตี โดยฝืนใจที่จะไม่ทำการยิงแบบปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้ทำความเสียหายได้เยอะจากการเข้าตีแบบเป็นกลุ่มเข้าไปพร้อมกัน

 

การพิจารณาจัดการอื่น ๆ ในการเล่นในทีมที่จัดตั้งขึ้นนั้นมีการร่วมมือและการประสานการยิงขั้นสูงกว่ามาก ซึ่งทีมจำนวนมากต้องการและมักจะให้ความร่วมมือเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี ส่งผลให้โอกาสที่หน่วยลาดตระเวนเชิงรุกที่ทำหน้าที่นี้มักถูกทำลายตีนตะขาบและถูกทำลายทันทีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ตรงจุดนี้โดยปกติรูปร่างที่เล็กและค่าพรางที่สูงของรถถังเบามักจะไม่เพียงพอต่อการเป็นหน่วยลาดตระเวนเชิงรุกเสียแล้ว อีกทั้งทีมที่มีการจัดตั้งขึ้นก็มักจะมีแนวความคิดที่ดีคือจะทราบกันดีว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนที่ต้องมีการสอดส่องอยู่ในเวลาหนึ่งเช่นกัน ระยะการมองที่จำกัดของหน่วยลาดตระเวนเชิงรับสามารถถูกมองข้ามได้ในจุดนี้ ในการเล่นในทีมที่จัดตั้งขึ้นนั้น การลาดตระเวนเชิงรับกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานที่ปฏิบัติกัน หน่วยลาดตระเวนเชิงรับได้ถูกใช้เป็นแทนลวดสะดุด (ในด้านหรือพื้นที่ที่ขาดการป้องกัน) และหน่วยลาดตระเวนส่วนหน้า (ในพื้นที่ที่ทีมมุ่งเน้นอยู่) โดยที่การลาดตระเวนเชิงรุกมักถูกปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่ว่าพื้นที่เฉพาะบางส่วนต้องได้รับการตรวจสอบทันทีในขณะนั้น (ในอุดมคติคือเมื่อปฏิบัติการปืนทุกกระบอกของทีมเราต้องพร้อมยิงและอยู่ในที่ซ่อนเรียบร้อยแล้ว)

 

การลาดตระเวนแบบพลีชีพ

การปฏิบัติก็เป็นไปตามชื่อของยุทธวิธีนี้ วิธีนี้คือการที่คุณพุ่งเข้าหาข้าศึกทันทีภายในไม่กี่วินาทีหลังจากสิ้นสุดการนับเวลาเริ่มต้นเกม การนี้มักจะตรวจพบข้าศึกได้ทั้งทีม และมักจะทำให้พบความตายอย่างรวดเร็วเกือบทุกครั้ง เมื่อคุณใช้วิธีนี้ ทีมของคุณมักจะยังไม่พร้อมที่จะทำให้ยิง และคนที่คุณตรวจพบเขาก็จะหายไปโดยที่โดนยิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

อย่าใช้วิธีนี้ เพราะหน่วยลาดตระเวนที่ตายแล้ว เป็นหน่วยลาดตระเวนที่ไร้ประโยชน์

 

รถถังลาดตระเวน

ในปัจจุบัน มีเพียง 5 ประทศที่มีสายลาดตระเวน คือ อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมันนี จีน และสหภาพโซเวียต แต่ละประเทศนั้นมีข้อได้เปรียบและข้อเสียบเปรียบต่างกันไป

 

อเมริกา

เริ่มที่ M5 Stuart และสิ้นสุดที่ T71 และ T49 สายลาดตระเวนสายนี้มีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย และมีรถถังหลายแบบรออยู่หากคุณทำการเล่นต่อไปจากระดับ VII หน่วยลาดตระเวนของอเมริกันนั้นรู้กันดีว่ามีระยะมองที่ดี ความเสียหายต่อนาทีที่ดี การบังคับควบคุมที่ดี และเล่นแล้วสนุก โดยทั่วไปเป็นได้ทั้งหน่วยลาดตระเวนเชิงรุกและเชิงรับ

 

ฝรั่งเศส

เริ่มที่ ELC AMX และสิ้นสุดที่ AMX 13 90 หน่วยลาดตระเวนฝรั่งเศสนั้นเล่นแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่ก็สามารถทำความเสียหายในสูงอยู่ และทุกคันก็ติดตั้งระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ (ยกเว้น ELC AMX) มีระยะมองทียอดเยี่ยม และสามารถทำความเสียหายได้เยอะหากเล็ดลอดเข้าไปอยู่หลังรถถังข้าศึกได้ อย่างไรก็ตาม รถถังสายนี้มีความเร็วและการบังคับควบคุมที่ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับทางอเมริกัน โดยทั่วไปใช้เป็นหน่วยลาดตระเวนเชิงรุก เพราะมีระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ

 

เยอรมันนี

เริ่มที่ Luchs และสิ้นสุดที่ Spähpanzer Ru 251 หน่วยลาดตระเวนเยอรมันเริ่มที่รถที่เล็กและเร็ว แต่จะเริ่มมีขนาดใหญ่ เชื่องช้า และเหมือนสัตว์ใหญ่ที่ไล่ถลุงคนอื่นได้ในภายหลัง ยกเว้นเสียแต่ Spähpanzer Ru 251 ที่ไม่เป็นเช่นนั้น โดยผู้เล่นมักจะรู้กันดีว่ามีระยะมองที่ดี และมีขีดความสามารถในการชนได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามมีความเร็วที่ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับสายลาดตระเวนอื่น ๆ ทั้งหมด ส่งผลให้มักใช้เป็นหน่วยลาดตระเวนเชิงรับ

 

จีน

เริ่มที่ M5A1 Stuart และสิ้นสุดที่ WZ-132 รถถังจีนมีความเร็วเทียบเท่าของอเมริกัน มีขนาดตัวที่เล็กมาก เกราะที่เด้งกระสุนได้เล็กน้อย เวลาการเล็งที่เร็ว และมีปืนที่เป็นหมัดเด็ด แต่ปืนของจีนนั้นไม่มีระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติอย่างที่สายอเมริกันและฝรั่งเศสมี ทำให้เวลาเล่นได้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยเน้นไปที่ DPM มากกว่าจะเป็นความเสียหายในช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยว่าสมรรถนะสำหรับยุทธวิธีการซ่อนตัวถังที่ทำได้แย่ ทำให้มักทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวนเชิงรุก

 

สหภาพโซเวียต

สายหน่วยลาดตระเวนโซเวียตมี T-50, MT-25, LTTB และ T-54 ltwt.

 

อุปกรณ์แนะนำ

 

รูปแบบการเล่นทั่วไป

  • ระบบถ่ายเทอากาศรุ่นปรับปรุง เพิ่มความเชี่ยวชาญหลังให้กับเจ้าหน้าที่พลรถทุกคน 5 % (ให้โบนัส 2.22 % กับค่าสถานะรถถังทั้งหมดและทักษะพลรถซึ่งมีค่าพรางและทักษะเกี่ยวกับระยะมองอยู่ด้วย)
  • กล้องเคลือบผิวเลนส์ เพิ่มระยะมอง 10 %

 

การลาดตระเวนเชิงรับ

  • ตาข่ายพราง เพิ่มปัจจัยการพรางของรถถัง เมื่อรถถังอยู่นิ่งเป็นเวลา 3 วินาทีแล้ว หยุดทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหวของตัวถัง เพิ่ม 5% ให้กับรถถังหนักและ SPG เพิ่ม 10 % ให้กับรถถังกลางและรถถังเบา และเพิ่ม 15 % ให้กับยานเกราะพิฆาตรถถัง
  •  กล้องโทรทัศน์สองตา เพิ่มระยะมองของรถถัง 25 % เมื่อรถถังอยู่นิ่งแล้วเป็นเวลา 3 วินาที หยุดทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหวของตัวถัง 
  • กล้องเคลือบผิวเลนส์ เพิ่มระยะมองของรถถัง 10 % ทำงานอยู่ตลอดเวลา

 

การลาดตระเวนเชิงรุก

  • กล้องเคลือบผิวเลนส์ เพิ่มระยะการมองของรถถัง 10 % ทำงานอยู่ตลอดเวลา
  • ระบบถ่ายเทอากาศรุ่นปรับปรุง เพิ่มความเชี่ยวชาญหลังให้กับเจ้าหน้าที่พลรถทุกคน 5 % (ให้โบนัส 2.22 % กับค่าสถานะรถถังทั้งหมดและทักษะพลรถซึ่งมีค่าพรางและทักษะเกี่ยวกับระยะมอง)
  • ระบบปรับความเสถียรแนวตั้ง หรือเครื่องขับรางปืน เพื่อมความแม่นยำในการยิงที่มากขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่

 

ทักษะและความสามารถของพลที่แนะนำ

  • สัมผัสที่หก (ความสามารถของผู้บังคับการ) เพิ่มตัวบ่งชี้ให้กับอินเตอร์เฟซการรบที่จะปรากฏขึ้นหลังจากยานพาหนะถูกตรวจพบไปแล้ว 3 วินาที มีประโยชน์คือทำให้หน่วยลาดตระเวนรู้ว่าตำแหน่งที่อยู่นั้นได้ถูกค้นพบแล้ว และจะได้มีเวลาทำการเปลี่ยนตำแหน่ง
  • การพราง (ทักษะของพลรถทุกตำแหน่ง) เพิ่มค่าการพรางของรถถัง
  • พี่น้องร่วมรบ (ความสามารถของพลรถทุกตำแหน่ง) เพิ่ม 5 % ให้กับความเชี่ยวชาญหลักและทักษะทั่วไป (การพราง, การดับเพลิง และการซ่อมแซม) ของพลรถทุกคน ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่พลรถทุกคนมีความสามารถนี้ที่ฝึกไปถึง 100 % เท่านั้น
  • ลาดตระเวน (ทักษะของผู้บังคับการ) เพิ่มระยะมองของรถถัง สูงสุดได้ที่ 2 % มีประโยชน์คือเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยลาดตระเวนในการชี้เป้ารถถังข้าศึก
  • ความรอบรู้สถานการณ์ (ทักษะของพลวิทยุ) เพิ่มระยะการมองของรถถัง สูงสุดได้ที่ 3 % มีประโยชน์คือเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยลาดตระเวนในการชี้เป้ารถถังข้าศึก
  • เป้าหมายที่ระบุไว้ (ความสามารถของพลปืน) ทำให้พลปืนกำหนดเป้าหมายที่ยานพาหนะข้าศึกซึ่งอยู่ในระยะ 10 องศาของวงการเล็งคงมองเห็นอยู่มากกว่าเดิม 2 วินาที มีประโยชน์คือทำให้พันธมิตรมีเวลามากขึ้นที่จะทำการยิงอย่างมีประสิทธิผลต่อรถถังข้าศึกที่ถูกตรวจพบ
  • เบรกด้วยคลัทช์ (ทักษะของพลขับ) เพิ่มความเร็วการหมุนของตัวถัง สูงสุดได้ที่ 5 % มีประโยชน์สำหรับการลาดตระเวนเชิงรุก ด้วยที่ทักษะนี้เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยลาดตระเวนในการหลบหลีกการยิงของข้าศึก
  • การขับรถวิบาก (ทักษะของพลขับ) ปรับปรุงในส่วนของแรงต้านทานพื้นของรถเมื่อไม่ได้อยู่บนถนนลาดยางให้ดีขึ้น สูงสุดอยู่ที่ 10 % มีประโยชน์สำหรับการลาดตระเวนเชิงรุกเนื่องจากเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยลาดตระเวนในการหลบหลีกการยิงของข้าศึก

 

แนวความคิดหลัก

 

การควบคุมทัศนวิสัย

การควบคุมทัศนวิศัยคือคำศัพท์หนึ่งในการลาดตระเวน ซึ่งก็เป็นไปตามชื่อคือ การทำให้ทีมของคุณสามารถระบุเป้าหมายไปที่ข้าศึกในขณะเดียวกันก็ป้องกันมิให้ข้าศึกทำเช่นเดียวกันได้ การควบคุมทัศนวิสัยนั้นมักไม่ได้เป็นหน้าที่ของรถถังคันใดคันหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันของทีม สัญชาตญาณ และความรอบรู้เกี่ยวกับแผนที่ ในการจะเจาะจงเข้าสู่แนวความคิดนี้ ให้ลองถามตัวคุณเองว่า “ข้าศึกตรวจพบคุณมาจากจุดใด” และ “ข้าศึกมักจะยิงมาจากจุดใดบ้าง”

 

การป้องกัน

บทบาทหลักในส่วนของการควบคุมทัศนวิสัยคือทำให้พื้นที่เป้าหมายที่สามารถชี้เป้าทีมคุณได้อย่างปลอดภัยนั้นอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง และทำให้รถถังที่มุ่งหมายจะเข้ายึดพื้นที่เหล่านั้นต้องเสียหายอย่างมากที่สุดหรือกระทั่งเสีย HP ทั้งหมดที่มีอยู่ ในการนี้อาจเป็นการประจำตำแหน่งหนึ่งเพื่อฆ่ารถถังลาดตระเวนข้าศึกได้เช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้การสับเปลี่ยนไปเป็นการควบคุมทัศนวิสัยแบบจู่โจมทำได้ง่ายขึ้น

 

การจู่โจม

การนี้หมายถึงการรุกคืบเข้าไปสู่พื้นที่ที่รถถังข้าศึกสามารถทำทั้งการยิงหรืออยู่เฉย ๆ โดยไม่ถูกตรวจพบ และมองหาวิธีการตรวจพบข้าศึกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ทีมของคุณทำลายข้าศึกได้ วิธีการนี้อาจต้องเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยงบ้างเป็นบางครั้ง และเป็นการสำคัญที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าข้าศึกจะสามารถยิงมาที่คุณได้จากตำแหน่งใดบ้าง ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระยะ คูน้ำ สันทราย คันดิน และพุ่มไม้ ต่างก็เป็นปัจจัยสำคัญในช่วงการปฏิบัติการ ทั้งการวิ่งโผล่ออกไป (เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดและวิ่งออกไปในระยะสั้น ๆ) เพื่อทำการชี้เป้าในช่วงเวลาหนึ่ง และการโผล่ออกไป (เคลื่อนที่ขึ้นไปช้า ๆ และถอยกลับมา) ต่างก็เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับเทคนิคนี้

 

แปลมาจาก Tactic : Scouting เมื่อวันที่ 04/08/2558


Edited by teysanook, 29 December 2016 - 12:50 PM.

ผลตอบรับของงาน Wargaming Thailand Game Show Big Festival 2016

กดเข้าไปทำแบบสอบถามได้ที่นี่

 

 


teysanook #2 Posted 22 April 2016 - 06:22 PM

    Major

  • Forum Moderator
  • 30648 battles
  • 2,138
  • [T1RKX] T1RKX
  • Member since:
    03-09-2012

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบการมองเห็นและการพราง

 

อย่างที่บทความข้างต้นที่อยู่ในกระทู้นี้ได้กล่าวไว้ว่า “ไม่เป็นที่แนะนำให้เล่นสายรถถังลาดตระเวนใด ๆ หากผู้เล่นยังไม่คุ้นเคยกับกลไกของเกมดีพอ” แต่บางครั้งรถถังที่จัดอยู่ในสายรถถังลาดตระเวนก็เป็นรถที่ต้องวิจัยและเล่นเพื่อให้ผ่านไปวิจัยรถบางคันที่ผู้เล่นต้องการ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและเป็นสายที่บังคับให้ผู้เล่นต้องเล่นรถถังลาดตระเวนนั้นจะเป็นสายวิจัยที่มีรถระดับ 10 (X) เป็นรถถังหนัก T57 Heavy  ซึ่งไม่ว่าจะเลือกการวิจัยมาจากทางไหน ก็จะต้องเล่นรถถังเบาซึ่งจัดอยู่ในสายรถถังลาดตระเวนก่อนอยู่ดีไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

 

เมื่อเป็นเช่นนี้การจะบอกว่าให้ใช้วิธีการอื่นเช่นการเก็บสะสมค่าประสบการณ์อิสระหรือใช้วิธีเล่นรถคันอื่นเพื่อแลกเป็นค่าประสบการณ์อิสระก็จะเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก เนื่องด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

 

  • สิ้นเปลืองเวลามาก หากใช้วิธีเก็บค่าประสบการณ์อิสระที่ได้มาจากการรบเท่านั้น
  • ผู้เล่นไม่ได้รับประสบการณ์อันจะทำให้เกิดการเรียนรู้ระบบเกมและรถถังคันอื่น โดยเฉพาะหากใช้รถระดับต่ำไปจนถึงกลางในการเก็บค่าประสบการณ์เพื่อแลกไปวิจัยรถระดับสูง
  • สายวิจัยนั้นมักจะพยายามนำรถที่มีรูปแบบการเล่นคล้ายคลึงกันมาจัดอยู่สายเดียวกัน การเล่นไปตามสายนั้นจะช่วยให้ผู้เล่นเรียนรู้ถึงวิธีการเล่นของรถในสายนั้น ๆ ได้
  • ค่าใช้จ่ายที่สูง การแลกเปลี่ยนค่าประสบการณ์ที่สะสมไว้ในรถถังชั้นยอดไปเป็นค่าประสบการณ์อิสระจะใช้ทอง 1 หน่วยในการแปลงค่าประสบการณ์ 25 หน่วย
  • อื่น ๆ

 

ถ้าคุณอดทนพอ และคุณสะดวกที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับระบบและรถถังคันอื่นได้จากสื่อต่าง ๆ เช่น YouTube, เว็บที่แสดงโมเดลคำนวณของรถแต่ละคัน, แหล่งรวบรวมวิธีการเล่นและบทความที่มีประโยชน์ต่าง ๆ รวมไปถึงมีทุนมากพอ คุณอาจจะหยุดอ่านบทความแต่เพียงเท่านี้และเลือกใช้วิธีเก็บค่าประสบการณ์จากรถสายอื่นเพื่อมาใช้ในการวิจัยข้ามไปโดยที่ไม่ต้องเล่นรถสายลาดตระเวนก็ได้

 

แต่ถ้าคุณต้องการที่จะพัฒนารูปแบบการเล่นรถถังสายลาดตระเวน หรือรถถังสายอื่น ๆ ขอแนะนำให้มาเรียนรู้ระบบและไกลการมองเห็นและการพรางซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินยุทธวิธีในเกมนี้อย่างแน่นอน

 

 

ความสามารถในการมองเห็น

 

ไม่มีทางที่คุณจะเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ ทั้งกลไกเกมและข้อจำกัดทางเทคนิคต่างก็จะคอยจำกัดว่าคุณควรจะได้เห็นสิ่งใดในเวลานั้น ๆ

 

จะมีคำอยู่ 3 คำหลัก ๆ ที่มักจะเกิดความสับสนในหมู่ผู้เล่น

 

  •  ระยะวาดภาพ เป็นข้อจำกัดทางเทคนิคที่เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะเห็นรถถังหรือวัตถุอื่น ๆ ในตัวโลกสามมิติที่ระยะเท่าใด ค่าสูงสุดคือ 564 เมตร ปัจจุบันเป็นทรงกลม
  •  ระยะตรวจพบ เป็นกลไกเกมที่ใช้จำกัดการตรวจพบรถถังอีกฝ่าย กล่าวคือ เป็นระยะที่ “เจอ” เป้าหมายด้วยตัวคุณเอง ค่าสูงสุดคือ 445 เมตร
  •  ระยะมอง เป็นค่าที่กำหนดไว้เฉพาะในรถถังแต่ละคันเอาไว้ใช้ในการคำนวณระยะตรวจพบ ไม่มีการกำหนดค่าสูงสุดไว้ในทางทฤษฎี

 

เราจะไปดูกันว่า 3 คำที่กล่าวถึงข้างต้นมีรายละเอียดอธิบายไว้เช่นไรบ้าง

 

ระยะวาดภาพ

 

ระยะวาดภาพเป็นระยะสูงสุดที่วัตถุใด ๆ ก็ตามจะถูกวาดขึ้นบนจอของคุณโดยเอนจิ้นการประมวลผลภาพ ระยะวาดภาพนี้ยิ่งมากเท่าใด กำลังการคำนวณที่ต้องใช้ก็มากขึ้นเท่านั้นไม่ว่าจะทั้งทางโปรแกรมลูกข่ายและเซิฟเวอร์ เอนจิ้นการประมวลผลภาพที่ใช้โดย World of Tanks นั้นมองโลกเกมเป็นลูกบาศก์ ตัวแผนที่นั้นก็เป็นลูกบาศก์ และวัตถุทุกอย่างในลูกบาศก์แผนที่นั้นจะถูกวาดขึ้นภายในขอบเขตที่มองไม่เห็นโดยมีจุดศูนย์กลางอยูที่ช่องการมองของคุณและคอยปรับตำแหน่งไปตามคุณตลอด ทุกอย่างที่อยู่ใกล้กับขอบเขตของนี้จะเริ่มเลือนหายไปในหมอกซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าวัตถุนั้นอยู่ไกลออกไป ส่วนทุกอย่างที่อยู่นอกขอบเขตนั้นคุณจะมองไม่เห็นอย่างสิ้นเชิง ขอบเขตที่กล่าวมานี้เป็นระยะวาดภาพของคุณ

 

การตั้งค่าระยะวาดภาพ

 

ระยะวาดภาพสามารถตั้งค่าได้ใน การตั้งค่าเกม->กราฟฟิค ผ่านทางพารามิเตอร์ “ระยะการวาดภาพ” ซึ่งการตั้งค่าดังกล่าวจะให้คุณเลือกได้ 3 ตัวเลือกดังนี้

 

  • สูง: ใช้งานระยะวาดภาพสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ตรงนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละแผนที่ ซึ่งมักจะอยู่ที่ 1600 ม. × 1600 ม. × 1600 ม.)
  • ปานกลาง: 1100 ม. × 1100 ม. × 1100 ม.
  • ต่ำ: 900 ม. × 900 ม. × 900 ม.

 

การตั้งค่าระยะวาดภาพที่สูงนั้นจะเป็นจำกัดเฟรมเรทของคุณหากคอมพิวเตอร์ของคุณนั้นช้ากว่าที่ควร แต่ถ้าเฟรมเรทของคุณไม่ต่ำเกินไปคุณควรที่จะตั้งค่าระยะวาดภาพนี้ไว้ที่ระยะสูงสุดหากเป็นไปได้

 

ข้อจำกัดจากทางเซิฟเวอร์

 

  •  แม้ว่าระยะการวาดภาพของคุณจะถูกตั้งค่าไว้ที่ระดับสูง วัตถุที่มีลักษณะจลนวิสัย (กล่าวคือ ยานพาหนะข้าศึกที่ถูกตรวจพบอยู่, การพังทลายของสภาพพื้นที่, ร่องรอยตามกระสุน) คุณอาจจะยังคงมองไม่เห็นวัตถุเหล่านั้น ส่วนนี้เป็นเพราะทางเซิฟเวอร์จะเป็นตัวตัดสินว่าจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุจลนวิสัยเหล่านี้ไปให้ผู้เล่นหรือไม่ โดยจะขึ้นอยู่กับว่าวัตถุดังกล่าวว่าอยู่ภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ ซึ่งขอบเขตดังกล่าวมีศูนย์กลางอยู่ที่รถถังของคุณและจะปรับไปตามขอบเขตแผนที่โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งจุดมองของคุณ ยานพาหนะทุกคันที่อยู่นอกขอบเขตที่กำหนดไว้บนเซิฟเวอร์จะไม่สามารถมองเห็นได้โดยคุณทั้งในโหมดการมองแบบอาเขตหรือในโหมดการเล็งประณีตไม่ว่าคุณจะตั้งค่าระยะการวาดภาพไว้ที่เท่าใด
  •  ถ้ารถถังสามารถมองเห็นได้โดยคุณบนเซิฟเวอร์ แต่คุณได้ตั้งค่าระยะการวาดภาพไว้ต่ำมากจนทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นรถถังคันดังกล่าวได้ อินเตอร์เฟซในส่วนผู้ใช้งานจะไม่วาดเครื่องหมายกำกับยานพาหนะตามที่ควรเป็น โดยจะสามารถปรากฏเหนือยานพาหนะที่มองไม่เห็นก็ต่อเมื่อคุณกดปุ่ม Alt เท่านั้น (หากคุณใช้ UI แบบมาตรฐาน ในการใช้ตัวดัดแปลง UI บางตัวก็สามารถปรับทำให้มองเห็นได้อยู่ตลอดเช่นกัน) อย่างไรก็ตามคุณจะไม่เห็นตัวรถถังหรือกรอบร่างของตัวรถอยู่ดี
  •  ปืนอัตตาจรมีมุมมองการมองเฉพาะไว้ให้ใช้ เรียกกันว่า มุมมองทางยุทธวิธี ซึ่งจะทำให้สามารถมองสนามรบในมุมมองจากด้านบนได้ เซิฟเวอร์จะคอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุจลนวิสัยทั้งหมดที่อยู่ภายในขอบเขตที่คุณมองเห็นได้ไปให้โปรแกรมลูกข่ายของคุณ

 

สรุปแล้วระยะวาดภาพจะมีสองส่วนคือระยะที่เราจะมองเห็นยานพาหนะไม่ว่าจะทั้งฝ่ายเดียวกันหรืออีกฝ่าย (เป็นทรงกลม) และระยะที่เราจะมองเห็นวัตถุต่าง ๆ ในแผนที่ (เป็นลูกบาศก์)

 

แผนที่ย่อ

 

แผนที่ย่อไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกสามมิติอีกทั้งยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากข้อจำกัดที่กล่าวถึงในส่วนข้างบน ส่วนการที่คุณจะเห็นอะไรได้บ้างในแผนที่ย่อนั้นขึ้นอยู่กับระยะวิทยุ

 

ปัจจุบันมีระบบแสดงวงกลมระยะตรวจพบ ระยะตรวจพบสูงสุดและระยะวาดภาพในส่วนการแสดงผลยานพาหนะในแผนที่ย่อให้เลือกเปิดใช้ได้ในการตั้งค่า

 

(เข้าไปดูได้ที่ เนื้อหาอื่นๆ: 9.14)

 

ร่องรอยตามกระสุน

สำหรับความสามารถในการมองเห็นร่องรอยตามกระสุนจะมีกฎพิเศษอยู่ดังนี้

  • ร่องรอยจากยานพาหนะฝ่ายเดียวกันจะถูกแสดงอยู่ตลอด (ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของระยะวาดภาพที่กล่าวถึงข้างบนด้วย)
  • ร่องรอยจากยานพาหนะข้าศึกที่ถูกตรวจพบอยู่จะถูกแสดงอยู่ตลอด (ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของระยะวาดภาพที่กล่าวถึงข้างบนด้วย)
  • ร่องรอยจากยานพาหนะข้าศึกที่ไม่ได้ถูกตรวจพบอยู่
    • ในมุมมองแบบอาเขตและมุมมองการเล็งแบบประณีต ร่องรอยจะถูกแสดงให้เห็นถ้ามีแหล่งกำหนดอยู่ภายใน +/- 25° ในทิศทางที่คุณมองไปอยู่และอยู่ภายในระยะตรวจพบสูงสุด ดังในรูปวาดดังต่อไปนี้ คุณจะเห็นร่องรอยตามกระสุนที่ถูกกำหนดเป็นสีแดงในสองกรณีแรกเท่านั้น

  • ในมุมมองแบบยุทธวิธี ร่องรอยทุกรอยจะถูกแสดงจากจุดกำเนิดที่อยู่ภายในช่องการมองทางยุทธวิธีของคุณ

 

ระยะมอง

 

ระยะมองเป็นระยะสูงสุดทางทฤษฎีที่ผู้บังคับการยานพาหนะของคุณ (ไม่ใช่ตัวคุณนะ!) จะสามารถมองเห็นได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับป้อมปืนของตัวรถ, ระดับความเชี่ยวชาญหลักที่มีผลของตัวผู้บังคับการ, รวมไปถึงทักษะสอดแนมของผู้บังคับการและทักษะรอบรู้สถานการณ์ของพลวิทยุ, เช่นเดียวกับการใช้งานอุปกรณ์ที่เพิ่มค่าระยะมองเช่นกล้องเคลือบผิวเลนส์หรือกล้องโทรทัศน์ ระยะมองนั้นไม่ส่งผลใด ๆ โดยตรง เป็นเพียงค่าที่ใช้สำหรับการคำนวณระยะตรวจพบเท่านั้น อย่าสับสนกับระยะวาดภาพหรือสับสนว่าระยะมองมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับการมองเห็นของคุณโดยตรง

 

โปรดทราบว่าระบบเกมไม่ได้เป็นไปตามคำอธิบายของเกมที่บอกไว้ในส่วนของอุปกรณ์เสริมระยะมอง ที่จริงแล้วไม่มีข้อจำกัดเรื่อง 500 เมตรแต่อย่างใด ระยะมองนั้นมีได้ไม่จำกัด ยิ่งระยะมองคุณมากเท่าใด ระยะตรวจพบของคุณก็จะมากขึ้นเท่านั้น แต่ระยะตรวจพบจะไม่เพิ่มไปเกินกว่า 445 เมตร

 

(อ่านเพิ่มเติมได้ในส่วนการคำนวณระยะตรวจพบด้านล่างนี้)

 

ระยะตรวจพบ

 

ระยะตรวจพบเป็นระยะสูงสุดที่คุณจะค้นหาเจอ/ตรวจพบรถถังข้าศึกคันใดคันหนึ่งถ้าอยู่ในแนวที่มองเห็นได้

 

ระยะตรวจพบขั้นต่ำ

 

คุณจะตรวจพบยานพาหนะใดก็ตามทุกครั้งเมื่อยานพาหนะดังกล่าวเข้ามาหาคุณในระยะ 50 เมตร ไม่ว่าจะอยู่ในแนวที่มองเห็นได้หรือไม่ เนื่องจากคุณไม่ต้องใช้แนวที่มองเห็นได้ ในส่วนนี้จึงถูกเรียกว่าการตรวจพบด้วยการเข้าใกล้ และสามารถใช้ได้ในบางแผนที่เพื่อทำการตรวจพบข้าศึกที่อยู่ในจุดเสี่ยงโดยที่ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับกลุ่มข้าศึก

 

ระยะตรวจพบสูงสุด

 

ไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะไม่สามารถตรวจพบยานพาหนะใด ๆ นอกระยะ 445 เมตรได้ ตัวเอนจิ้นเกมจะไม่ทำการตรวจสอบการตรวจพบใด ๆ ที่อยู่นอกขอบเขตดังกล่าว

 

การคำนวณระยะตรวจพบ

 

ระยะตรวจพบนั้นไม่ได้เป็นค่าที่กำหนดเจาะจงไปให้กับรถถังของคุณโดยเฉพาะ แต่จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่คุณจะทำการตรวจพบ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งและสถานการณ์ในขณะนั้น หรือกล่าวได้อีกอย่างคือจะมีระยะตรวจพบที่แตกต่างกันออกไปอยู่จำนวนมากทำการคำนวณจากทางเซิฟเวอร์แล้วส่งให้กับรถถังของคุณเริ่มตั้งแต่ระยะตรวจพบต่ำสุดจนไปถึงระยะตรวจพบสูงสุด โดยระยะตรวจพบของแต่ละเป้าหมายนั้นจะคำนวณแยกกันโดยใช้สมการคำนวณดังต่อไปนี้

 

ระยะตรวจพบ = ระยะมองที่มีผล – (ระยะมองที่มีผล – 50) × ปัจจัยการพราง

 

ถ้าระยะตรวจพบของคุณที่มีต่อยานพาหนะใดเท่ากับหรือมากกว่าระยะห่างจากคุณไปถึงยานพาหนะคันดังกล่าว และคุณอยู่ในแนวที่มองเห็นได้ หรือยานพาหนะนั้นอยู่ภายในระยะตรวจพบต่ำสุด คุณจะตรวจพบยานพาหนะคันนั้น เป้าหมายอื่นที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กล่าวมาก็จะยังคงถูกซ่อนอยู่จากการตรวจพบของคุณ นอกเสียจากว่าจะถูกตรวจพบโดยยานพาหนะคันอื่นที่อยู่ทีมเดียวกับคุณและคุณสามารถติดต่อกับเพื่อนร่วมทีมดังกล่าวผ่านการสื่อสารทางวิทยุได้

 

กลไกการตรวจพบ

 

ในการจะตัดสินว่าคุณอยู่ในแนวที่มองเห็นยานพาหนะใดที่อยู่ในระยะตรวจพบของคุณได้หรือไม่นั้นซึ่งจะนำไปสู่การตรวจพบเป้าหมายดังกล่าว เซิฟเวอร์จะทำการคำนวณโดยใช้รังสีจำลองการมองซึ่งจะขยายมาจากหนึ่งในช่องการมองที่มีอยู่สองจุดบนยานพาหนะของคุณไปยังจุดตรวจสอบการมองเห็นทั้งหกจุดในแต่ละจุดที่อยู่บนยานพาหนะเป้าหมาย

 

ถ้ารังสีการมองถูกขวางด้วยวัตถุที่มองไม่ทะลุอย่างเช่นบ้าน, ภูมิประเทศ, หรือแม้กระทั่งโคมไฟ รังสีตัวนี้จะไปไม่ถึงยานพาหนะเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือทั้งรถที่ถูกตรวจพบอยู่หรือยานพาหนะอื่นของผู้เล่นคนอื่นนั้นถือว่ามองทะลุได้เต็มที่ตราบเท่าที่กลไกการตรวจพบยังทำงานอยู่

 

ถ้าไม่มีรังสีการมองใด ๆ เข้าไปถึงเป้าหมาย คุณจะตรวจพบไม่เห็นเป้าหมายนั้น แต่ถ้ามีรังสีการมองอย่างน้อยหนึ่งเส้นในหกเส้นเข้าไปถึงเป้าหมายได้ คุณจะตรวจพบยานพาหนะเป้าหมายดังกล่าวและจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นถ้าหากว่าซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้านั้น เมื่อมาถึงจัดนี้แล้วถ้ามีรังสีการมองเส้นอื่นเข้าไปถึงเป้าหมายได้อีกก็จะไม่มีผลใด ๆ เพิ่มเติม

 

ช่องระยะมอง

 

รถถังแต่ละคันมีช่องการมองสองจุดตามที่โชว์ในภาพวาดนี้

 

 

  • ช่องระยะมองแบบคงที่ เป็นตำแหน่งคงที่บนโมเดลรถถัง อยู่บริเวณตรงกลางและจุดที่สูงสุดของรถคันนั้น
  • ช่องระยะมองแบบเคลื่อนที่ อยู่บริเวณที่ปืนถูกติดตั้งบนป้อมปืน เคลื่อนที่ตลอดตามป้อมปืน

 

โดยทั่วไปแล้วนั้นช่องระยะมองทั้งสองจุดจะผลัดกันทุก 2 วินาที กล่าวคือทุก 2 วินาทีการตรวจสอบการมองเห็นจะทำขึ้นโดยใช้ช่องระยะมองทั้งหมดไปตามลำดับ

 

จุดตรวจสอบการมองเห็น

 

รถถังแต่ละคันมีจุดตรวจสอบการมองเห็นหกจุดกำหนดอยู่ทั่วรถถังตามที่แสดงอยู่ในภาพวาดดังต่อไปนี้

 

 

  1. บนสุด ตรงกลางป้อมปืน (ตำแหน่งเดียวกันกับช่องระยะการมองแบบคงที่)
  2. จุดที่ติดตั้งปืน (ตำแหน่งเดียวกันกับช่องระยะมองแบบเคลื่อนที่
  3. ด้านหน้า กลางตัวถังรถ
  4. ด้านหลัง กลางตัวถังรถ
  5. ด้านขวา กลางป้อมปืน
  6. ด้านซ้าย กลางป้อมปืน

 

อัตราการตรวจสอบการมองเห็น

 

คุณจะตรวจไม่พบข้าศึกโดยทันทีที่รถถังข้าศึกเข้าไปอยู่ในแนวที่มองเห็นได้ของคุณ อัตราการตรวจสอบการมองเห็นจะถูกจำกัดด้วยอัตราดังต่อไปนี้

 

  • ภายในระยะ 50 เมตร - ทุก 0.1 วินาที
  • ภายในระยะ 150 เมตร - ทุก 0.5 วินาที
  • ภายในระยะ 270 เมตร ทุก 1.0 วินาที
  • ภายในระยะ 445 เมตร ทุก 2.0 วินาที

 

หมายเหตุ: ในขณะที่คุณ Overlord ยืนยันว่าอัตราข้างต้นยังคงใช้อยู่สำหรับตัวเกมเวอร์ชั่น 0.7.1 คุณ Valther ผู้จัดการชุมชนของสำนักงาน US ได้อ้างไว้ในวันที่ 23 มกราคม 2555 ว่าความถี่ของการตรวจสอบการมองเห็นนั้นขึ้นอยู่กับ “ขนาดของแผนที่” และเขาได้ “ร้องขอการตรวจสอบอีกครั้งกับฝ่ายที่ทำหน้าที่ Q&A เกี่ยวกับเรื่องนี้”

 

ข้อจำกัดด้านอัตราการตรวจสอบการมองเห็นนี้ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ารถถังที่ซ่อนอยู่จะเคลื่อนออกมาจากที่กำบังหลังจากสิ้นสุดการตรวจสอบการมองไปแล้ว ยิงคุณ แล้วกลับเข้าไปในกำบังก่อนที่จะถึงรอบการตรวจสอบการมองเห็นถัดไป ทำให้ไม่โดนตรวจพบและยังซ่อนอยู่อย่างนั้น ส่วนนี้ยังทำให้เกิดเหตุการณ์ที่รถถังที่มีความเร็วสูงถูกตรวจพบเข้ามาใกล้เกินกว่าระยะตรวจพบที่ควรเป็น – หากทำทำความเร็วสูงสุดที่ 72 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถถังสามารถวิ่งผ่านมา 40 เมตรก่อนจะถูกตรวจพบได้ในขอบเขตระยะ 270 เมตร

 

ระยะเวลาการตรวจพบ

 

เมื่อถูกตรวจพบ ยานพาหนะจะยังคงถูกแสดงอยู่เป็นเวลาขั้นต่ำ 5 วินาทีซึ่งสามารถขยายไปได้สูงสุดถึง 10 วินาทีหลังจากที่รถที่ตรวจพบได้นั้นออกไปจากระยะตรวจพบหรือถูกทำลาย ส่วนเวลาที่แน่ชัดนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นแบบสุ่ม รถถังที่ถูกตรวจพบข้าง ๆ รถถังอีกคันอาจจะถูกแสดงอยู่ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน ความสามารถเป้าหมายที่กำหนดไว้ของพลปืนนั้นสามารถขยายระยะเวลาที่ออกไปได้อีก

 

ครั้งหน้าเราจะมาพูดถึงจุดที่สำคัญสำหรับการลาดตระเวนเชิงรับมากที่สุด “การพราง”

 

ข้อมูลจาก Visibility เมื่อวันที่ 22/04/2559


Edited by teysanook, 22 April 2016 - 10:09 PM.

ผลตอบรับของงาน Wargaming Thailand Game Show Big Festival 2016

กดเข้าไปทำแบบสอบถามได้ที่นี่

 

 


AppleTanker #3 Posted 10 May 2016 - 02:19 PM

    Captain

  • Beta-Tester
  • 21222 battles
  • 1,040
  • Member since:
    09-01-2012

อาห์ ยาวเกิน 8 บรรทัด ฮ่าๆ

 

จากที่ลองกลับไปเล่นๆนี่ เชิงรับทำยากแล้วล่ะ นับวันโลกยิ่งร้อน สีเขียวหายหมด

หลายฉากเชิงบังคับให้รุกด้วย หลังๆผมทิ้งเชิงรับไปแล้ว แทบไม่ได้ใช้ (นานๆทีจังหวะเหมาะก็ใช้)

เดี๋ยวนี้คิดว่าเชิงรุกมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำผลงานได้ดีกว่า วิ่งดีดีโอกาสรอดสูงกว่า + รู้จักพื้นที่ ยิ่งเพิ่มโอกาสรอดขึ้นไปอีก

 

แต่ต้องฝ่าดงทีนมากกว่า ใจต้องถึงมากกว่าใครๆ

 

รวมๆสายนี้ใช้สมองหนักที่สุดแล้วล่ะยากสุด เพราะต้องดูรอบด้านเลย แถมต้องตัดสินใจให้เร็วด้วย เพราะมันเกิดไวมาก คิดช้านิดเดียวมีดับได้เลย

 คนเล่น LT เก่งๆนี่ขอชมเลย ไม่ต้องปืนถึง แต่ใจสุด เจ๋งกว่าถังใหญ่เยอะ

 

AMX 1390 ขอวิจารณ์นิด ไอ้เนี่ยสรุปว่าเล่นแบบถังกลางดีกว่าเยอะ เข้าที่ไม่ค่อยจะทัน

ยิ่งเจอสายbulldog นี่คือflank เอาดีกว่า (คือสู้ได้แต่ไม่คุ้มกับเลือดที่ต้องแลก)

ไอนี่ต้องเชิงรุก หรือเอาไปflank จะดีสุด scout เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น

(จริงๆเมื่อก่อน การscout เชิงรับเป็นจุดเด่นของสายนี้เลยนะ แต่อย่างที่บอกแหละ โลกร้อนอยู่ยากกกก)

 

ปล.บทความดี สู้ๆครับ :)


...NO COMMENT...


mux2000 #4 Posted 13 May 2016 - 09:06 PM

    Sergeant

  • Member
  • 45548 battles
  • 207
  • [INAT] INAT
  • Member since:
    01-09-2013

ได้ประโยชน์ ที่ทุกคนควรอ่าน  ไม่ต้องมาเถียงกันว่า มองเห็นได้ไง ในเกม และ เตศ ที่ภุกยิงดดดยไม่รุ้ตัว   สำหรับ ผุ้เล่นใหม่ๆ

 



teysanook #5 Posted 29 May 2016 - 11:38 PM

    Major

  • Forum Moderator
  • 30648 battles
  • 2,138
  • [T1RKX] T1RKX
  • Member since:
    03-09-2012

การพรางตัว

 

ตัวแปรหนึ่งที่ใช้ในการคำนวณระยะตรวจพบที่กล่าวถึงข้างต้นไปนั้นคือปัจจัยการพรางตัวของยานพาหนะที่อยู่ในขั้นตอนการตรวจพบ ปัจจัยการพรางของเป้าหมายยิ่งสูงมากเท่าไหร่ ระยะตรวจพบยิ่งเข้ามาใกล้เท่านั้น

 

การคำนวณปัจจัยการพราง

 

ปัจจัยการพรางนั้นคำนวณตามสมการดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยการพราง = ค่าพรางพื้นฐาน × (0.00375 × ทักษะพราง + 0.5) × ค่าพรางเมื่อทำการยิง + ลายพราง + ตาข่ายพราง + ค่าพรางจากสภาพแวดล้อม

 

ค่าปัจจัยการพรางไม่สามารถมีค่าเกินกว่า 1 ได้ ดังนั้นถ้าผลลัพธ์ของสมการนั้นมีค่ามากกว่า 1 ค่าปัจจัยการพรางจะถูกปรับให้อยู่ที่ 1

 

มาดูรายละเอียดของแต่ละพจน์ในสมการกัน

 

ค่าพรางพื้นฐาน

 

ยานพาหนะทุกคันในเกมนั้นมีค่าการพรางตัวพื้นฐานที่ถูกกำหนดไว้โดยทีมงานฝ่ายพัฒนา เพื่อใช้ในการปรับสมดุลเกม ค่านี้มีการกำหนดแยกกันคือระหว่างเคลื่อนที่และเมื่อหยุดอยู่นิ่ง โดยทั่วไปแล้วนั้นค่าพรางพื้นฐานในขณะที่เคลื่อนตัวถังจะมีค่าน้อยกว่าในขณะที่ยืนอยู่นิ่ง แต่สำหรับรถถังบางคันรวมไปถึงรถถังเบาส่วนใหญ่นั้นค่านี้จะเท่ากันทั้งสองสถานะ ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นข้อได้เปรียบหลัก ๆ ของรถถังที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นหน่วยลาดตระเวน

 

ค่าพรางพื้นฐานไม่มีแสดงในตัวเกมแต่สามารถคำนวณได้จากสมการระยะตรวจพบและสมการคำนวณปัจจัยการพรางที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น  สำหรับความคลาดเคลื่อนในการคำนวณด้วยสมการนั้นก็มีอยู่บ้างเนื่องจากข้อแตกต่างในส่วนของการแสดงผลระยะทางในตัวเกมและระยะทางระหว่างจุดตรวจสอบการมองเห็นและช่องระยะมอง ประกอบกับเหตุที่ว่าระยะทางในเกมนั้นแสดงอยู่ในหน่วยเมตรเท่านั้น

 

เครื่องมือในเว็บนี้ช่วยในการคำนวณค่าพรางของรถถังแต่ละคันได้ สำหรับข้อมูลค่าพรางทั้งหมดที่มีอยู่นั้นเป็นการทดสอบจากทางผู้เล่นและไม่เป็นทางการ ดังนั้นอาจจะแตกต่างกับที่ใช้อยู่ในเซิฟเวอร์ปกติ

 

ในการอัพเดท 9.15 ได้มีการปรับปรุงการแสดงค่าสมรรถนะของรถซึ่งก็ได้เพิ่มการแสดงค่าพรางพื้นฐานในหน้าโรงรถแล้ว

 

ทักษะพราง

 

ค่านี้เป็นระดับทักษะที่มีผลของพลรถในส่วนของทักษะการพราง

 

ค่าพรางเมื่อทำการยิง

 

เป็นอีกค่าหนึ่งที่กำหนดโดยทางทีมงานฝ่ายพัฒนา โดยคำนึงถึงองค์ประกอบ รถถัง/ป้อมปืน/ปืน รวมกันเป็นปัจเจกไปในแต่ละคันเพื่อใช้ในการปรับสมดุลเกม ปืนรุ่นเดียวกันอาจจะมีค่าพรางที่แตกต่างกันไปเมื่อใช้กับรถถังคนละรุ่น (หรือในทางทฤษฎีแล้วก็ต่างกันได้เพียงแค่ติดตั้งบนป้อมคนละรุ่นบนรถถังคันเดียวกัน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีตัวอย่างให้เห็นก็ตาม) ขนาดลำกล้องปืนหรือการที่มีเครื่องลดแรงถอยที่ปากกระบอกติดตั้งไว้อยู่ก็ไม่มีผลกับค่านี้

 

ค่านี้ไม่มีแสดงในตัวเกม แต่สามารถคาดคะเนได้จากการทดสอบรูปแบบเดียวกันกับค่าพรางพื้นฐาน ค่านี้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 %

 

ในการอัพเดท 9.15 ได้มีการปรับปรุงการแสดงค่าสมรรถนะของรถซึ่งก็ได้เพิ่มการแสดงค่าพรางเมื่อทำการยิงในหน้าโรงรถแล้ว

 

ลายพราง

 

ค่านี้เป็นโบนัสการพรางที่ได้มาจากลายพรางที่ซื้อมาถาวรด้วยทองหรือเช่ามาชั่วคราวด้วยเครดิตผ่านหน้าต่าง “ภายนอก” ถ้าลายพรางเป็นประเภทเดียวกับแผนที่ที่คุณเล่นอยู่ (ฤดูร้อน, ฤดูหนาว, ทะเลทราย) ก็จะมีผลกับการคำนวณนั่นเอง ค่าโบนัสที่ได้จะขึ้นอยู่กับประเภทของรถ โดยยานเกราะพิฆาตรถถังจะได้มากที่สุด คุณสามารถเข้าไปดูได้ในวิกิของวอร์เกมมิ่งในส่วนแผนที่ เพื่อตรวจดูว่าแผนที่แต่ละฉากนั้นอยู่ในประเภทใด โดยส่วนใหญ่แล้วการรบแบบสุ่มนั้นจะมีโอกาสพบแผนที่ได้ทุกประเภท ดังนั้นรถถังของคุณก็ควรที่จะซื้อลายพรางสำหรับแผนที่ทั้งสามประเภทเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับโบนัสตลอดตามที่ต้องการ ทั้งนี้ในการอัพเดท 9.2 มีเพียงเฉพาะแผนที่ฤดูร้อนเท่านั้นในการรบระดับ 1 – 3 ส่งผลให้จะเป็นการเสียเปล่าหากซื้อลายพรางทะเลทรายให้กับรถถังที่ไปเจอการรบระดับดังกล่าวได้เท่านั้น เพราะว่ารถเหล่านั้นจะไม่มีทางไปเจอแผนที่ทะเลทรายได้นั่นเอง

 

ตาข่ายพราง

 

โบนัสการพรางนี้ได้จากอุปกรณ์ตาข่ายพราง ถ้ามีติดตั้งอยู่และใช้งาน (คุณจะต้องยืนอยู่โดยไม่เคลื่อนไหวตัวถังเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 วินาที) ตาข่ายพรางจะให้โบนัสแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ โดยยานเกราะพิฆาตรถถังได้มากที่สุด

 

ค่าพรางจากสภาพแวดล้อม

 

คุณสามารถใช้วัตถุต่าง ๆ ในแผนที่เพื่อใช้เป็นที่กำบังได้ วัตถุหนาทืบเช่นสภาพพื้นที่, หิน, บ้าน, หรือวัตถุที่อยู่นิ่งอื่น ๆ ในแผนที่ไม่สามารถมองทะลุได้ เช่นนั้นแล้วจึงให้โบนัสการพราง 100 % กล่าวคือคุณจะไม่โดนตรวจพบ แต่วัตถุที่กึ่งโปร่งแสงเช่นพุ่มไม้หรือต้นไม้ (ยืนต้นอยู่หรือล้มลงก็ตาม) ก็ให้โบนัสการพรางมากสุดถึง 64 % ด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของวัตถุดังกล่าว สำหรับรายการวัตถุกึ่งโปร่งแสงดูได้ที่นี่

 

เมื่อคุณทำการยิงปืนของคุณ โบนัสการพรางที่ได้จากวัตถุโปร่งแสงในระยะรัศมีโดยรอบรถถังของคุณ 15 เมตร จะถูกลดทอนลงเหลือ 30 % ของค่าดั้งเดิม วัตถุที่อยู่นอกระยะดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ

 

โบนัสค่าพรางจากสภาพแวดล้อมนั้นมีผลนับรวมกัน แต่กฎพิเศษต่อไปนี้จะถูกใช้งานเมื่อคุณทำการยิงปืนของคุณ

 

 

  • ในภาพวาดข้างบนนี้ กำหนดให้ พุ่มไม้แต่ละพุ่มจะให้โบนัสการพรางจากสภาพแวดล้อมค่าเดียวกันคือ X เนื่องจากโบนัสในส่วนนี้มีผลนับรวมกัน รถถังหมายเลข 1 จะได้รับค่าพรางจากสภาพแวดล้อมเป็น 3 × X
  • อย่างไรก็ตาม ทันทีที่รถถังหมายเลข 1 ยิงปืนออกไป โบนัสสภาพแวดล้อมในรัศมี 15 เมตรจะไม่ถูกนับรวมด้วยแล้ว โดยจะมีเพียงโบนัสจากพุ่มไม้ที่มีโบนัสการพรางสูงที่สุดที่ถูกนำมาใช้ในการคำนวณเท่านั้น นอกจากนี้โบนัสจากพุ่มไม้ดังกล่าวจะถูกลดลงเหลือ 30 % ของค่าดั้งเดิมอีกด้วย ดังนั้นแล้วโบนัสการพรางจะเหลือ 0.3 × X นั่นเอง โบนัสจากสภาพแวดล้อมภายนอกรัศมี 15 เมตรก็จะมีผลนับรวมไปตามปกติ เช่นนั้นแล้วในขณะที่รถถังหมายเลข 1 ทำการยิงอยู่นั้นจะได้รับโบนัสการพรางจากสภาพแวดล้อมทั้งสิ้น 0.3 × X + X = 1.3 × X
  • โปรดทราบว่าโบนัสจากสภาพแวดล้อมจะถูกลดทอนลงสำหรับรถถังที่ยิงเท่านั้น รถถังคันอื่นในบริเวณใกล้เคียงไม่ได้รับการปรับโทษในส่วนนี้ด้วย

 

โบนัสการพรางไม่ได้จากวัตถุดังต่อไปนี้

 

  • รถถังของผู้เล่น (ไม่ว่าเป็นหรือตาย)
  • หญ้า
  • ชุดตกแต่งตัวรถรูปแบบลายพรางที่ดาวน์โหลดมาเพื่อใช้แทนที่ลายพรางที่ซื้อด้วยทองหรือเช่าด้วยเครดิต
  • วัตถุอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง

 

 

โปรดทราบว่ารถถังของคุณไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อนให้มิดทั้งคันเพื่อใช้ประโยชน์จากโบนัสการพรางจากสภาพแวดล้อม วัตถุในสภาพแวดล้อมนั้นเพียงแค่ปกคลุมจุดตรวจสอบการมองเห็นทั้งหมดของคุณเท่านั้น เมื่อเทียบกับทิศทางของช่องระยะมองของรถถังที่ทำการตรวจหา เท่านี้โบนัสก็จะมีผลกับรถของคุณแล้ว

 

ตัวอย่าง

 

มาดูตัวอย่างเมื่อค่าทั้งหมดข้างต้นถูกเอามาคำนวณตามสมการ

 

หากกล่าวถึงเป้าหมายในการตรวจหาของเราว่ามีสัมประสิทธิ์การพรางพื้นฐานอยู่ที่ 25 % หรือ 0.25 ในขณะหยุดอยู่นิ่งและ 15 % หรือ 0.15 ในขณะเคลื่อนตัวถัง ปัจจัยการพรางเมื่อทำการยิงก็อยู่ที่ 25% หรือ 0.25 เหมือนกัน พลรถทั้งหมด 5 คน มีระดับทักษะการพรางอยู่ที่ 100 % และผู้บังคับการมีทักษะหลัก 100 % อุปกรณ์ระบบระบายอากาศรุ่นปรับปรุงก็มีการติดตั้งไว้ รถถังเป้าหมายของเรายืนอยู่ภายในพุ่มไม้หนาทึบและไม่ได้เคลื่อนที่มานานกว่า 3 วินาที

 

ทักษะการพรางที่มีผลนั้นอยู่ที่

 

(100 + 5 + (100 + 5 + (100 + 5) ×  0.1) × 4)) / 5 = 113.4

 

การคำนวณส่วนนี้อาจจะทำให้คุณสับสนอยู่บ้าง จำไว้ว่าคุณต้องคำนึงถึงทั้งโบนัสจากอุปกรณ์ระบบระบายอากาศรุ่นปรับปรุงและโบนัสจากผู้บังคับการด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็พอเข้าใจได้อยู่ว่าการคำนวณข้างต้นยังคงทำให้คุณสับสนอยู่ เพราะก็ไม่มีทางเลยที่จะบอกได้ว่าตัวเลขแต่ละตัวนั้นมีความสัมพันธ์กับอะไรบ้าง นอกเสียจากคุณจะใช้เวลาอยู่หลายนาทีเพื่อตรวจสอบสมการ เพื่อให้ง่ายขึ้น จะขออธิบายถึงตัวเลขข้างต้น

 

(ทักษะผู้บังคับการ + โบนัสระบบระบาย + (ทักษะพลรถ + โบนัสระบบระบาย + (ทักษะผู้บังคับการ + โบนัสระบบระบาย) × 0.1) × จำนวนเจ้าหน้าที่ประจำรถที่ไม่ใช่ผู้บังคับการ)) / จำนวนเจ้าหน้าที่ประจำรถทั้งหมดรวมผู้บังคับการ = X

 

ดังนั้นในตอนนี้พวกเราจะคำนวณปัจจัยการพรางโดยใช้ค่าทักษะพรางที่มีผลได้แล้ว

 

0.25 × (0.00375 × 113.4 + 0.5) + 0.64 = 0.87140625 (87.14 %)

 

ทันทีที่รถถังของเรานี้เริ่มทำการเคลื่อนที่ออกจากพุ่มไม้ ปัจจัยการพรางจะเป็นดังนี้

 

0.15 × (0.00375 × 113.4 + 0.5) = 0.1387875 (13.88 %)

 

คราวนี้เราจะมาดูตัวอย่างสมการการตรวจพบแบบเต็มกัน ให้ฝ่ายที่ตรวจหาที่จะมาเป็นตัวอย่างนั้นมีระยะมองที่มีผล 400 เมตร ระยะตรวจพบจะคำนวณได้ดังนี้

 

ตัวอย่างแรก: 400 – (400 – 50) × 0.87140625 = ระยะตรวจพบอยู่ที่ 95.01 เมตร

 

ตัวอย่างที่สอง:  400 – (400 – 50) × 0.1387875 = ระยะตรวจพบอยู่ที่ 351.42 เมตร

 

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการพราง

 

  • ปัจจัยการพราง 1 หน่วยนั้นหมายความว่ารถถังของคุณจะมองไม่เห็นจนกว่าจะอยู่ในระยะ 50 เมตรไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นรถคันใดก็ตาม
  • พุ่มไม้หรือต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ภายในระยะรัศมี 15 เมตรจะโปร่งแสงในมุมมองของคุณ จุดนี้จะช่วยให้คุณทราบถึงระยะห่างจากวัตถุเหล่านี้ได้
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานโบนัสการพรางที่ได้จากสภาพแวดล้อมโดยรอบคุณให้มากที่สุด อย่าจอดอยู่ในพุ่มไม้ในขณะทำการยิง ให้จอดอยู่นอกระยะ 15 เมตรหลังพุ่มไม้หนึ่งพุ่มหรือพุ่มไม้หลายพุ่ม ส่วนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับหน่วยลาดตระเวน การยิงจะเปิดเผยตำแหน่งของคุณ ถ้าคุณจำเป็นต้องทำการยิง เช่น เพื่อตัดสายพานเป้าหมายให้ปืนใหญ่ของทีมคุณยิงได้ง่ายขึ้น ให้ถอยหลังมาก่อนที่คุณจะทำการยิง เป้าหมายของคุณจะยังคงปรากฏให้คุณเห็นแม้ว่าพุ่มไม้นั้นจะไม่โปร่งแสงตามช่วงเวลาการตรวจพบปกติ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าข้าศึกสามารถเห็นร่องรอยกระสุนของคุณได้อยู่ดี ดังนั้นคุณอาจจะเห็นกระสุนพุ่งมาทางตำแหน่งที่คุณอยู่ได้แม้ว่าคุณจะไม่ปรากฏตัวแก่ข้าศึกก็ตาม
  • เนื่องจากรถถังที่กำหนดไว้ให้เป็นหน่วยลาดตระเวนนั้นมีค่าการพรางพื้นฐานเมื่อหยุดนิ่งเป็นค่าเดียวกันกับเมื่อเคลื่อนที่ ดังนั้นแล้วรถถังกลุ่มนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าถึงจุดตรวจหาข้าศึกบริเวณส่วนหน้าของการรบที่ดีได้โดยไม่ถูกตรวจพบ
  • การล่อให้ข้าศึกยิงคุณนั้นก็สามารถเป็นยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาข้าศึก เพราะค่าพรางจะลดเมื่อทำการยิง
  • ตราบเท่าที่คุณอยู่นอกระยะตรวจพบสูงสุด 445 เมตร คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการพรางตัวเลย คุณจะไม่ปรากฏตัวแก่ทีมข้าศึกไม่ว่าคุณจะทำอะไร สิ่งที่ยากคือคุณจะไม่รู้ว่าคุณนั้นอยู่นอกระยะตรวจพบสูงสุดของข้าศึกอยู่รึเปล่า – ให้คอยตรวจสอบแผนที่ย่อว่ารถถังข้าศึกถูกตรวจพบแล้วหรือยัง และจดจำตำแหน่ง/จำนวนของข้าศึกเอาไว้ด้วย

 

ข้อมูลจาก Camouflage เมื่อวันที่ 29/05/2559

 

  • แก้ไขเพิ่มเติมในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เนื่องจากการเข้ามาของการอัพเดท 9.15

Edited by teysanook, 04 November 2016 - 12:10 AM.

ผลตอบรับของงาน Wargaming Thailand Game Show Big Festival 2016

กดเข้าไปทำแบบสอบถามได้ที่นี่

 

 


Akula_310 #6 Posted 06 August 2016 - 08:03 PM

    Private

  • Member
  • 1740 battles
  • 1
  • Member since:
    03-25-2016

ผมขอขอบคุณครับ สำหรัลข้อมูลดีๆ ผมก็ผู้เล่นไหม่ ยังไม่รู้ระบบของเกมมากเท่าไร







Also tagged with ยุทธวิธี, การลาดตระเวน, วิกิ, ระบบตรวจพบ, ระบบการพราง

1 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users